www.craniofacial.or.th
โทร 02 256 4330


Warning: include(includes/submenu_kn1.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/thaicranio/www/www/kn_cm.php on line 27

Warning: include() [function.include]: Failed opening 'includes/submenu_kn1.php' for inclusion (include_path='.:/usr/local/php53/lib/php') in /home/thaicranio/www/www/kn_cm.php on line 27

โรคใบหน้าเล็กแต่กำเนิด (Craniofacial microsomia)

นพ.เสรี เอี่ยมผ่องใส
นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์

โรคใบหน้าเล็กแต่กำเนิดเป็นโรคที่ผู้ป่วยมีการเจริญเติบโตของใบหน้าด้านใดด้านหนึ่งน้อยกว่าปกติ ทำให้มีภาวะใบหน้าเล็ก เบี้ยวและไม่สมดุลกัน เป็นความพิการแต่กำเนิดของใบหน้าที่พบบ่อยเป็นอันดับ 2 รองจากภาวะปากแหว่ง เพดานโหว่ โรคนี้ประมาณการณ์ว่าพบได้ 1 คนในเด็กแรกคลอดทุกๆ 5,000 คน ประมาณ 85-90 % ของผู้ป่วย โรคนี้เป็นกับใบหน้าเพียงข้างเดียว และมักจะเป็นกับใบหน้าทางด้านขวา ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มักไม่มีประวัติการมีภาวะนี้ในสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ และจนปัจจุบันนี้เราเชื่อว่าโรคนี้ไม่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม

โรคใบหน้าเล็กแต่กำเนิดผู้ป่วยโรคนี้มีลักษณะความผิดปกติของใบหน้าแตกต่างกันได้เป็นอย่างมาก ตั้งแต่การมีความไม่เท่ากันของใบหน้าเพียงเล็กน้อย จนแทบจะสังเกตไม่เห็น จนถึงภาวะใบหน้าไม่เท่ากันอย่างรุนแรง มีใบหน้าเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด ร่วมกับการไม่มีใบหูและเป็นอัมพาตของใบหน้าด้านทีผิดปกติ ดังนั้นการรักษาจึงสลับซับซ้อนและต้องออกแบบการรักษาให้สอดคล้องกับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้ได้การรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับผู้ป่วยรายนั้น

ในช่วงปี พ.ศ. 2529 นพ.จรัญ มหาทุมะรัตน์ ได้คิดค้นระบบการแบ่งโรคสำหรับโรคนี้ และเผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์ชั้นนำของโลก เรียกว่า SAT classification ซึ่งยังคงใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้

SAT เป็นตัวย่อจาก S = Skeleton A = Auricle T = Soft Tissue เป็นการรวมระดับความผิดปกติของโครงกระดูกใบหน้า ใบหู และเนื้อเยื่อใบหน้า มาแบ่งกลุ่มของโรค และในอีกทางหนึ่ง SAT ยังเป็นการรำลึกถึงความสัมพันธ์ที่เกิดเนื่องจาก การไปฝึกอบรมในสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่งแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ (craniofacial surgery) ของนพ.จรัญ ที่รัฐออสเตรเลียใต้ ซึ่งใช้ภาษาอังกฤษว่า South Australia นั่นคือ South Australia + Thailand = SAT

การตรวจวินิจฉัย

มีผู้ป่วยหลายรายที่ไม่ทราบว่าว่าเป็นโรคนี้ เนื่องจากความผิดปกติมีน้อยมาก มีทั้งคนทั่วไป ดารา และผู้มีชื่อเสียง บางรายอาจมาปรึกษาแพทย์ด้วยปัญหาปากเบี้ยว คางเบี้ยว จมูกไม่ตรง หากสังเกตดีๆจะพบว่า ใบหน้าด้านหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก้ม มีขนาดเล็กกว่าปกติ

มุมปากและแก้มแหว่งหายไปผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้นอกจากจะมีการเจริญเติบโตที่น้อยผิดปกติของใบหน้าด้านที่เป็นโรค ผู้ป่วยยังอาจมีการเจริญเติบโตที่น้อยลงของกล้ามเนื้อและเส้นประสาทในใบหน้าด้านนั้นๆ ด้วย เช่น ใบหน้าตรงมุมปากและแก้มอาจแหว่งหายไป กล้ามเนื้อมุมปากไม่ทำงาน ทำให้ดูปากเบี้ยวเวลายิ้ม นอกจากนี้ยังอาจมีความผิดปกติในการเจริญเติบโตของใบหู, หูชั้นกลางและอาจรวมถึงหูชั้นในด้วย ซึ่งอาจทำให้เด็กเหล่านี้มีภาวะการได้ยินผิดปกติและมีการพัฒนาการของภาษาที่ผิดปกติ ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากจะมีความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง, กระบอกตา และลูกตาร่วมด้วย ในบางรายอาจจะไม่มีลูกตาเลยตั้งแต่กำเนิด หรือหายใจลำบาก นอนกรน ขาดออกซิเจน เนื่องจากขากรรไกรล่างมีขนาดเล็กมาก จนทำให้ช่องทางเดินหายใจบริเวณหลังช่องปากเล็กแคบมาก ดังนั้นก่อนที่จะทำการรักษา ผู้ป่วยควรจะได้รับการตรวจต่างๆ ดังต่อไปนี้

การรักษา

ผู้ป่วยโรคใบหน้าเล็กแต่กำเนิดนี้ จำเป็นจะต้องได้รับการรักษาแบบสหสาขาวิชาชีพ (multidisciplinary team care) เนื่องจากผู้ป่วยมีความผิดปกติเกิดขึ้นในหลายระบบ การรักษาเพื่อแก้ไขความผิดปกติในระบบหนึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการรักษาต่างๆของความผิดปกติในระบบอื่นๆ จึงต้องวางแผนการรักษาอย่างรอบคอบโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้การรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด การรักษาสามารถแบ่งแยกใหญ่ได้เป็นพวกๆ ดังนี้