เชิดชูเกียรติผู้บริจาค: คุณกมลา สุโกศล

ขอเชิดชูเกียรติ

คุณกมลา สุโกศล

ด้วยความสำนึกในคุณูปการต่อผู้ป่วยและสังคม

ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ ขอเชิดชูเกียรติคุณกมลา สุโกศล ผู้มีเมตตาธรรมและสนับสนุนการทำงานของศูนย์ฯ อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยให้ผู้ป่วยพิการใบหน้าได้รับโอกาสในการรักษา ฟื้นฟู และดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า

จากคอนเสิร์ตการกุศลของคุณกมลา สุโกศล ที่ดำเนินการเพื่อศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ​ อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2550  การบริจาคทรัพย์สินส่วนตัวเพื่อช่วยเหลืองานต่าง ๆ ของศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ​  บทเพลงที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้เป็นเพลงประจำศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ  จนมาถึงการ์ตูนอนิเมชัน “เมื่อคืนฉันฝันไป” ที่ถ่ายทอดพลังแห่งความหวังและชวนสังคมร่วมบริจาค เพื่อส่งต่อการดูแลผู้ป่วยจำนวนมากให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ความทุ่มเทและแรงบันดาลใจจากคุณกมลา เป็นกำลังสำคัญที่ผลักดันให้ผู้ป่วยและครอบครัวก้าวผ่านข้อจำกัด และเห็นคุณค่าความงามจากภายใน ซึ่งสะท้อนสู่การยอมรับความหลากหลายในสังคมอย่างแท้จริง

เพลง "ความหวัง"

บทเพลงที่สร้างสรรค์โดยคุณกมลา สุโกศล เพื่อเป็นเพลงประจำศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ

29 มีนาคม 2567

แรงบันดาลใจ

ชวนสังคมมองเห็นคุณค่าและความงามในตัวตนของผู้พิการใบหน้า

การสนับสนุน

ช่วยผลักดันการดูแลรักษา ฟื้นฟู และพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง

การแบ่งปัน

ส่งต่อความหวังผ่านผลงานสร้างสรรค์ "ความหวัง" และ "เมื่อคืนฉันฝันไป"

กมลา สุโกศล … บุคคลต้นแบบ

ยกย่องน้ำใจอันบริสุทธิ์ของคุณกมลา สุโกศล

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผมได้มีโอกาสทำงานดูแลผู้ป่วยที่มีความผิดปกติบนใบหน้าและศีรษะ ในนามศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ผมได้พบผู้คนมากมาย ทั้งผู้ป่วย ครอบครัว อาสาสมัคร และผู้มีจิตศรัทธาที่เข้ามาสนับสนุนการทำงานของศูนย์  แต่มีบุคคลหนึ่งที่ทำให้ผมซาบซึ้งและเคารพอย่างสุดหัวใจ นั่นคือ คุณกมลา สุโกศล ผู้เป็นแบบอย่างของ “ผู้ให้” อย่างแท้จริง

นับตั้งแต่คอนเสิร์ตการกุศลครั้งแรกในปี 2550 “Kamala Sukosol: Silver Jubilee Concert” ที่คุณกมลาและครอบครัวจัดขึ้นเพื่อระดมทุนสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยของศูนย์ฯ ความเมตตาและความตั้งใจแน่วแน่ของท่านได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องทุกปี ไม่เคยขาดสาย  จากคอนเสิร์ตอันทรงคุณค่าในวันนั้น จวบจนงานเลี้ยงวันเกิดครบ 89 ปี “Let Us Entertain You” ในปี 2568  งานเลี้ยงที่มิใช่เพื่อรับของขวัญหรือคำอวยพรใด ๆ หากแต่เป็นงานเลี้ยงที่ประกาศชัดเจนว่า ของขวัญที่ท่านต้องการมีเพียงอย่างเดียว คือ เงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยของศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ  และยิ่งไปกว่านั้น ท่านยังบริจาคเงินส่วนตัวเป็นจำนวนมากดังเช่นที่ได้กระทำมาตลอดหลายปี

“สงสารเด็ก ๆ และผู้ป่วยเหล่านี้มาก เขาอาจไม่เจ็บปวดจนถึงชีวิต แต่เขาต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แม้เพียงการออกไปตลาดก็อาจต้องเผชิญสายตาและคำถามของผู้คน”

— คำกล่าวจากใจของคุณกมลา เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน

คำพูดนั้นไม่ใช่เพียงความสงสารชั่วครู่ หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการลงมือทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง  ท่านมองเห็นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วย มองเห็นความทุกข์ที่ไม่ปรากฏเป็นบาดแผลทางกาย แต่ฝังลึกในจิตใจ และเลือกที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลืออย่างเงียบงาม

ด้วยการสนับสนุนของคุณกมลา ทำให้ศูนย์ของเราสามารถจัดกิจกรรมระดมทุน การรักษา การผ่าตัด และการฟื้นฟูสมรรถภาพได้อย่างราบรื่น  ผู้ป่วยจำนวนมากได้รับโอกาสในการผ่าตัดแก้ไขความพิการบนใบหน้าและศีรษะ ได้กลับมามีใบหน้าที่มั่นใจ สามารถยิ้ม หัวเราะ และใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างสง่างาม  สิ่งเหล่านี้มิใช่เพียงผลลัพธ์ทางการแพทย์ หากแต่คือการคืนความหวัง คืนความภาคภูมิใจ และคืนอนาคตให้กับชีวิตหนึ่งชีวิต

สิ่งที่ผมชื่นชมอย่างยิ่ง คือ การช่วยเหลือทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากจิตอันบริสุทธิ์ โดยไม่เคยหวังสิ่งตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นรางวัล เกียรติยศ หรือการยกย่องในสื่อสาธารณะ  คุณกมลาไม่เคยเรียกร้องให้เอ่ยนาม ไม่เคยให้ความสำคัญกับแสงไฟหรือเสียงปรบมือ  ท่านให้เพราะหัวใจเรียกร้องให้ให้ และให้ด้วยความสม่ำเสมอที่ยาวนาน ซึ่งหาได้ยากยิ่งในสังคมปัจจุบัน

แท้จริงแล้ว ก่อนที่ผู้ป่วยของศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ จะได้รับความเมตตาจากท่าน คุณกมลาได้สนับสนุนองค์กรการกุศลอีกหลายแห่งมาอย่างต่อเนื่อง  ความกรุณาของท่านมิได้จำกัดอยู่เพียงที่ใดที่หนึ่ง หากแต่แผ่ขยายไปยังผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในหลากหลายมิติของสังคม  นับเป็นความโชคดีอย่างยิ่งที่ผู้ป่วยในความดูแลของเรา ได้เป็นส่วนหนึ่งในเจตจำนงอันงดงามนั้น

ทุกครั้งที่ผมมีโอกาสสนทนากับคุณกมลา สิ่งที่ท่านถามถึงก่อนเสมอ มิใช่ความสำเร็จของงานหรือยอดเงินบริจาค หากแต่เป็นความเป็นอยู่ของผู้ป่วย ท่านอยากทราบว่ามีอะไรให้ท่านช่วยเหลือได้อีกหรือไม่  คำถามเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า สำหรับท่านแล้ว ผู้ป่วยไม่ใช่เพียง “โครงการ” หรือ “ภารกิจ” แต่คือมนุษย์คนหนึ่งที่ควรได้รับความรัก ความเข้าใจ และโอกาสในชีวิต

ในโลกที่การให้บางครั้งถูกเชื่อมโยงกับภาพลักษณ์หรือชื่อเสียง คุณกมลา สุโกศล ได้พิสูจน์ให้เราเห็นว่า การให้ที่แท้จริงคือการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นการให้ที่ตั้งอยู่บนความเมตตาและความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อความทุกข์ของผู้อื่น  ท่านจึงมิใช่เพียงผู้สนับสนุน หากแต่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นแบบอย่าง และเป็นพลังใจให้กับทีมงานของเราในการทำหน้าที่ต่อไปด้วยความมุ่งมั่น

ในนามของแพทย์ บุคลากร และผู้ป่วยทุกคนของศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ ผมขอกราบขอบพระคุณคุณกมลา สุโกศล จากใจจริง  ความดีงามและน้ำใจอันบริสุทธิ์ของท่าน ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตผู้คนมากมายนับไม่ถ้วน และจะยังคงส่งต่อแรงบันดาลใจนี้ไปสู่สังคมไทยตราบนานเท่านาน

บันทึกเมื่อ

12 กุมภาพันธ์ 2569

ด้วยความเคารพอย่างสูง

ศ. นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์

รองหัวหน้าศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ