โครงการผ่าตัดเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ๖๐ พรรษา โดยศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
ไทย |
 

ข้อมูลโครงการโดยสรุป

โครงการนี้จัดขึ้นในปี พ.ศ. 2558 อันเป็นปีมหามงคลที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา โดยทางศูนย์ฯรับดูแลผู้ป่วยทั่วประเทศที่มีความพิการใบหน้าและศีรษะผิดรูป เป็นจำนวนอย่างน้อย 200 ราย นาน 5 ปี โดยช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างครบวงจร ทั้งทางด้านค่ารักษาผ่าตัด ค่าเดินทาง ค่าที่พัก และอื่นๆ การดำเนินงานอาศัยเงินบริจาคที่ได้จากบุคคล องค์กรที่มีจิตกุศล และประชาชนทั่วไป

การดูแลรักษาจะครอบคลุมตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีการทันสมัย การรักษาทั้งโดยวิธีผ่าตัดและไม่ผ่าตัด เช่น การฝึกพูด การจัดฟัน ฯลฯ โดยมุ่งเน้นคุณภาพการรักษาที่เป็นมาตรฐานทัดเทียมกับต่างประเทศ

ฑูตประชาสัมพันธ์

คุณกมลา สุโกศล และครอบครัว
คุณเกรซ มหาดำรงค์กุล - "สิ่งที่เรามอบจากใจ มันคือสิ่งที่ผู้รับรู้สึกและสัมผัสได้"
คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์ - “ผู้รับจะสัมผัสได้ถึงความตั้งใจจริงของเรา ผู้ที่เป็นผู้มอบให้”

โครงการผ่าตัดเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ๖๐ พรรษา

28 ก.พ. 60

ข้อมูลโดยละเอียด

หลักการและเหตุผล

ความพิการของใบหน้าและกะโหลกศีรษะเป็นปัญหาสุขภาพที่มีผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อตัวผู้ป่วยเองความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะมองเห็นได้ชัดเจนแม้จะเป็นเพียงเล็กน้อย และหากรุนแรงก็จะมีปัญหาต่อการทํางานของอวัยวะต่างๆไปด้วย เช่น สมองพิการ ตาบอด หูไม่ได้ยิน การกินการเคี้ยวผิดปกติ พูดไม่ชัด เป็นต้น ทางด้านจิตใจ ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องมักจะกลายเป็นผู้ที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง มีปมด้อย ถูกล้อเลียน ขาดโอกาสทางสังคม ทั้งการศึกษาและโอกาสในการทํางานทั้งที่มีสมองหรือสติปัญญาปกติ

ทางด้านครอบครัวของผู้ป่วย ผลทางจิตใจมักจะรุนแรงมาก พ่อแม่หลายคนถึงกับทอดทิ้งผู้ป่วยที่เป็นเด็ก กลายเป็นภาระต่อปู่ย่าตายาย ครอบครัวผู้ป่วยเหล่านี้ก็มักจะมีฐานะทางการเงินไม่ดี ลำพังหาเลี้ยงตนเองก็มีความลำบากอยู่แล้ว เมื่อต้องรับภาระดูแลนําผู้ป่วยมาตรวจรักษา รวมไปถึงการต้องมาพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นระยะเวลานานๆ และต้องติดตามการรักษากับแพทย์อย่างต่อเนื่องยาวนาน จึงนับเป็นปัญหาที่หนักมาก และเมื่อครอบครัวไม่สามารถรับภาระในส่วนนีไ้ด้ ผู้ป่วยก็จะไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม จนในที่สุดผู้ป่วยเหล่านี้อาจจะกลายไปเป็นผู้ที่ไม่สามารถพึ่งพาตนเองและเป็นภาระของสังคมในที่สุด

ผู้ป่วยที่มีความพิการชนิดรุนแรงและซับซ้อนจําเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาแก้ไขโดยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมตามอายุ ณ สถานพยาบาลระดับสูงที่มีความพร้อมสูงสุดเพื่อให้การรักษาผ่าตัดได้ผลดีและมีความปลอดภัย แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า ผู้ป่วยของศูนย์ฯซึ่งมักเป็นเด็ก มีฐานะยากจนและอยู่ต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่ มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางมายังสถานพยาบาล ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่ารักษาพยาบาล แม้ว่าความเจ็บป่วยของประชาชนคนไทยจะได้รับความคุ้มครองด้านค่าใช้จ่ายในการรักษาตามสิทธิหลักประกันสุขภาพของภาครัฐ แต่ในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะชนิดรุนแรงเกือบทั้งหมด จําเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง การตรวจพิเศษและอุปกรณ์หรือเครื่องมือแพทย์ชนิดพิเศษ ซึ่งไม่ได้มีพร้อมอยู่ในโรงพยาบาลทุกแห่ง ทั้งยังต้องมีการตรวจติดตามรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานนับสิบปี มักจะมีการผ่าตัดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูงหลายครั้งเพื่อทําให้ใบหน้าและกะโหลกศีรษะมีลักษณะใกล้เคียงปกติมากที่สุด สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีคณุภาพในสังคม แต่ความคุ้มครองภาครัฐที่ให้กับประชาชนนั้นไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่างๆได้ทั้งหมด เช่น เครื่องมือแพทย์ชนิดพิเศษ ยาหลายๆประเภท ที่พัก อาหาร รวมไปถึงการเดินทางของผู้ป่วยและครอบครัวที่ร่วมเดินทางมารับการรักษา

ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นหน่วยงานแรกที่ดูแลผู้ป่วยเหล่านี้แบบสหสาขาวิชาชีพมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 มีความพร้อมด้านเครื่องมือแพทย์และบุคลากร เช่น ศัลยแพทย์ตกแต่งและเสริมสร้าง ประสาทศัลยแพทย์ กมุารแพทย์ ทันตแพทย์จัดฟัน นักอรรถบําบัด รังสีแพทย์ จักษุแพทย์ แพทย์โสต ศอ นาสิก จิตแพทย์ วิสัญญีแพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ พยาบาล ฯลฯ นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯยังได้รับการสนับสนุนจากการบริจาคของภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถดูแลผู้ป่วยด้วยมาตรฐานที่ทัดเทียมนานาอารยประเทศ เป็นที่รู้จักดีในวงการแพทย์ แต่ด้วยปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวแล้วข้างต้น ทางศูนย์ฯจึงได้จัดให้มีโครงการพิเศษขึ้น เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพสูงสุด สำหรับผู้ป่วยที่ด้อยโอกาสเหล่านี้ โดยไม่ต้องห่วงกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ในวโรกาสอันเป็นมหามงคลที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย ทรงมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา ทางศูนย์ฯได้รับอนุมัติจากทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ให้ดำเนินการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้อย่างดีที่สุด พร้อมขยายความช่วยเหลือออกไปยังภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ

เป้าหมายของโครงการ

ผู้ป่วยจำนวนไม่ต่ำกว่า 200 คน ในระยะเวลา 5 ปี

วิธีดำเนินการ

ทางศูนย์ฯจะให้การดูแลรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ โดยช่วยเหลือทั้งค่าใช้จ่ายในการรักษาผ่าตัด ค่าเดินทางและที่พัก โดยผู้ป่วยที่สนใจสามารถติดต่อขอรับบริการได้ 2 วิธี ดังต่อไปนี้

1. ผู้ป่วยสามารถติดต่อโดยตรงกับศูนย์ฯ เพื่อขอรับการรักษา

ระบบบริการสำหรับผู้ป่วยที่มาติดต่อที่ศูนย์โดยตรง
ระบบการดูแลรักษา กรณีผู้ป่วยมาติดต่อขอรับการรักษาที่ศูนย์ฯโดยตรง

2. ผู้ป่วยในพื้นที่นอกกรุงเทพมหานคร สามารถติดต่อขอรับการรักษาผ่านทางเหล่ากาชาดจังหวัดและโรงพยาบาลในภูมิภาค

ระบบบริการสำหรับผู้ป่วยที่มาติดต่อที่ศูนย์โดยตรง
ระบบการดูแลรักษา กรณีผู้ป่วยมาติดต่อขอรับการรักษาผ่านทางเหล่ากาชาดจังหวัดหรือโรงพยาบาลในภูมิภาค

ความคืบหน้าในการดำเนินการ

ความก้าวหน้าของโครงการจะถูกบันทึกในหน้าเว็บนี้เป็นระยะๆ

การรักษาผ่าตัด ณ โรงพยาบาลในพื้นที่

วันที่ สถานที่ กิจกรรม บุคลากร
9 มีค 59 รพ.ชลบุรี ส่องกล้องตรวจประเมินการพูดไม่ชัดในผุ้ป่วยเพดานโหว่ ซึ่งมีภูมิลำเนาในจังหวัดชลบุรี รศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์, นส. เพชรรัตน์ ใจยงค์
25 มีค 59 รพ.อุดรธานี ผ่าตัดสร้างใบหูจากกระดูกซี่โครง ผู้ป่วยไม่มีใบหูแต่กำเนิด มีภูมิลำเนาในจังหวัดอุดรธานี รศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์
10 พค 59 รพ.ประจวบคีรีขันธ์ ตรวจผู้ป่วยใหม่ 2 ราย ผู้ป่วยเก่า 1 ราย ผ่าตัดผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ร่วมกับลิ้นยึดติด ผู้ป่วยโรคเอเพิร์ต และผู้ป่วยโรคเทรเชอร์-คอลลินส์ รศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์, ผศ.นพ. พรเลิศ ฉัตรแก้ว และพญ.ชุติมา จิรภิญโญ
21 มิย 59 รพ.ลำปาง ผ่าตัดผู้ป่วยโรคเอเพิร์ต มีนิ้วมือติดเชื่อมจนใช้การไม่ได้ รศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์
5 กค 59 รพ.นครศรีธรรมราช ผ่าตัดผู้ป่วยโรคเอเพิร์ต ผู้ป่วยโรคไฟเฟอร์ และผู้ปวยโรคฟรอนโตเนซัล ดิสเพลเซีย รศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์
25-26 กค 59 รพ.บุรีรัมย์ ตรวจผู้ป่วยเก่า 1 ราย และผ่าตัดผู้ป่วยโรคปากแหว่ง ผู้ปวยโรคฟรอนโตเนซัล ดิสเพลเซีย ผู้ป่วยโรคงวงช้าง ผู้ป่วยกะโหลกศีรษะเชื่อมติดก่อนกำหนด และผู้ป่วยใบหน้าเล็กแต่กำเนิด รศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์
15-16 สค 59 รพ.อุดรธานี ตรวจผู้ป่วยเก่า ผ่าตัดผู้ป่วยโรคไฟเฟอร์ ผู้ป่วยโรคปากแหว่ง และผู้ปวยไม่มีใบหูแต่กำเนิด รศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์
26-27 ธค 59 รพ.บุรีรัมย์ ตรวจผู้ป่วยใหม่ 1 ราย และผู้ป่วยเก่า 2 ราย ผ่าตัดผู้ป่วยโรคไฟเฟอร์ ผู้ป่วยโรคปากแหว่ง ใบหูผิดรูปแต่กำเนิด เปลือกตาผิดรูปจากอุบัติเหตุ ใบหน้าแหว่งแต่กำเนิด โรคเอเพิร์ตมีนิ้วมือติดเชื่อมจนใช้การไม่ได้ รศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์
10 กพ 60 รพ.ระยอง ตรวจผู้ป่วยเก่า 1 ราย ผ่าตัดผู้ป่วยโรคปากแหว่ง ใบหน้าแหว่งแต่กำเนิด 2 ราย เปลือกตาตกแต่กำเนิด รศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์ และพญ.ชุติมา จิรภิญโญ
22-23 กพ 60 รพ. สรรพสิทธิประสงค์ ตรวจผู้ป่วยใหม่ 2 ราย ผ่าตัดผู้ป่วยเพดานโหว่(ซึ่งเคยถูกผ่าตัดตอนมีการออกหน่วยเคลื่อนที่ในอดีต แต่ทำไม่สำเร็จ) โรคปากแหว่ง (ซึ่งเคยถูกผ่าตัดตอนมีการออกหน่วยเคลื่อนที่ในอดีต แต่ไม่สำเร็จ) ใบหน้าแหว่งแต่กำเนิด เนื้องอกเส้นเลือดดำtd> รศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์